[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
เมนูหลัก
link PRD
e-Learning


สำนักนายกรัฐมนตรี
นโยบายรัฐบาล
poll

   คุณคิดว่าเวปนี้เป็นอย่างไร


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. แย่
  5. แย่มาก


linkweb







งานบันทึกประจำวัน
qrcodemaker

 
  

  หมวดหมู่ : บทความ
เรื่อง : ธุรกิจสตาร์ทอัพไทยก้าวไกลระดับโลก (ด้านเศรษฐกิจ)
โดย : สมจิตร
เข้าชม : 1670
เสาร์์ ที่ 12 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2560 ปักหมุดและแบ่งปัน
     

เรื่อง ธุรกิจสตาร์ทอัพไทยก้าวไกลระดับโลก



ที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้ดีขึ้นผ่านการกระตุ้นให้เกิดธุรกิจสตาร์ทอัพ โดยธุรกิจสตาร์ทอัพ (Startup) คือธุรกิจที่ถูกออกแบบมาให้เติบโตอย่างรวดเร็วมาตั้งแต่แรก ตั้งแต่ทีมงาน โครงสร้างธุรกิจ ไปจนถึงวิธีการใช้เงิน และการทำตลาดมีเป้าหมายในการดำเนินการธุรกิจให้มีรายได้เติบโตอย่างน้อย                     ปีละ 100๐ % ต่างจาก ธุรกิจ “SME” (Small Medium Enterprises) ที่มีเป้าหมายในการเติบโต อยู่ที่ประมาณปีละ 30% - 50% หรือหากเป็นช่วงเกิดใหม่ก็อาจอยู่ที่ปีละ 100% - 200% เป็นอย่างมาก ซึ่งธุรกิจสตาร์ทอัพจะต้องสามารถสร้างสิ่งที่คนจำนวนมากต้องการ และจัดจำหน่ายมันให้ทั่วถึงคนเหล่านั้นได้ 

โดยรัฐบาลพยายามผลักดันให้ผู้ประกอบการนำความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปสร้างสรรค์เป็นผลงานหรือสินค้าและบริการออกสู่ตลาด เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ในขณะเดียวกันรัฐบาลก็พยายามเปลี่ยนแปลงภาคการเกษตรรูปแบบเดิม เป็นเกษตรสมัยใหม่ โดยนำหลักการเดียวกับการพัฒนาสตาร์ทอัพไปปรับใช้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม จากการผลักดันธุรกิจสตาร์ทอัพของรัฐบาล จนปัจจุบันธุรกิจสตาร์ทอัพไทยมีการพัฒนาอย่างมากและเมื่อไม่นานมานี้ บริษัท สยามออร์แกนิค จำกัด                                ธุรกิจสตาร์ทอัพไทยยังสามารถคว้ารางวัลที่ 1 จากการประกวดโมเดลธุรกิจสตาร์ทอัพ         ชีวาส เวนเจอร์ จากทั่วโลก รวม 30 ธุรกิจ ซึ่งจัดขึ้นที่สหรัฐอเมริกา มาครองได้

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ชื่นชมความสำเร็จของบริษัท สยามออร์แกนิค จำกัด ในการชนะการประกวดในครั้งนี้ โดยมุ่งหวังให้เป็นต้นแบบของการพัฒนาธุรกิจสตาร์ทอัพและสร้างแรงบันดาลให้เกษตรกรหันไปปรับวิธีคิด เปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อก้าวไปสู่สิ่งที่ดีกว่า สำหรับบริษัท สยามออร์แกนิค ได้ทำงานร่วมกับชาวนาไทยเพื่อปลูกข้าวอินทรีย์สายพันธุ์ใหม่ที่ปราศจากการตัดต่อพันธุกรรม (GMO) ใช้ชื่อว่า “แจ็สเบอร์รี่” สีม่วงเข้มคุณภาพดี ผลผลิตจากงานวิจัยของคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องเมล็ดพันธ์  


ทั้งนี้ เรื่องปัญหาการตลาด ได้ใช้วิธีให้ราคารับซื้อจากเกษตรกรสูงกว่า    ข้าวหอมมะลิ ถึง 2 เท่า และรับประกันการรับซื้อข้าวทุกเมล็ด เพื่อจูงใจให้ชาวนามาร่วมเครือข่าย สำหรับปัญหาเรื่องผลผลิตต่ำ ได้แก้ปัญหาโดยการเลือกใช้ปุ๋ยที่มีคุณภาพ             ให้น้ำอย่างเหมาะสม และอบรมให้ความรู้เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ผลผลิตทั้งหมด           มุ่งเจาะตลาดบนหรือลูกค้าที่มีรายได้สูง และส่งออกเป็นหลัก พัฒนารูปลักษณ์ให้ทันสมัย ทำให้ชาวนามีรายได้ที่ดีขึ้น

โดยการดำเนินงานของสยามออร์แกนิคในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ช่วยให้ผลผลิตของเกษตรกรเพิ่มขึ้นปีละประมาณร้อยละ 40 มีเกษตรกรในเครือข่าย 600 ราย ซึ่งมีรายได้สูงกว่าเกษตรกรรายอื่น ๆ ถึง 8 เท่า โดยปี 2559 เพียงปีเดียวเกษตรกรกลุ่มนี้มีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 8 ล้านบาท ซึ่งหากภาครัฐ ภาคเอกชน เกษตรกร ได้ร่วมมือกันสร้างธุรกิจสตาร์ทอัพในลักษณะเดียวกันนี้ ก็จะสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนและประเทศชาติได้มากขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศไทยเจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาประเทศ


โดย  ปัทมาวดี เหลือสม
เรียบเรียงโดย สมจิตร ตาลสุก






Not Rated stars เฉลี่ย : Not Rated จาก 0 ครั้ง.

บทความ5 อันดับล่าสุด

      อัปเดต‼ มอเตอร์เวย์ 8 สายทั่วไทย 24/ก.ย./2565
      สำนักงานยุวกาชาด และอาสาสมัครกาชาด สภากาชาดไทย ขอเชิญเยาวชน อายุ 18-30 ปี ที่มีใจรักในงานจิตอาสา มาเป็นตัวแทนเยาวชนทำงานกับกาชาด ในโครงการ”สรรหากุลบุตร และกุลธิดากาชาด ประจำปี 2565” สมัครทางออนไลน์หรือสแกน QR Code https://forms.gle/NWRXmTP6tSpaCx5P7 รั 16/ก.ย./2565
      เอกชนไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพ APEC CEO Summit 2022 บนแนวคิด “Embrace Engage Enable” พร้อมผลักดัน BCG Model ------- ในปี 2565 นี้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคในวาระเดียวกันนี้ ประเทศไทยยังรับหน้าที่การเป็นเจ้าภาพการจัดประชุมครั้งสำคัญ ‘APEC 6/ก.ย./2565
      COVID-Free Setting คืออะไร COVID-Free Setting คือ มาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร มี 3 ด้าน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เคยอธิบายหลักการสำคัญของมาตรการ \"องค์กรปลอดโควิด\" ว่าประกอบด้วย 3 มาตรการสำคัญ 1. COVID-Free Environment หรือการจัดสิ่ 25/ก.ค./2565
      นายกรัฐมนตรีมอบหมายกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หารือหน่วยงานครอบครองที่ดินไม่ได้ใช้ประโยชน์ นำมาพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย สานต่อนโยบายลดความเหลื่อมล้ำ หลังพัฒนาและปรับปรุงที่อยู่อาศัยแล้วกว่า 82,000 หน่วย 6/ก.ค./2565


Based on : Maxsite1.10 Modified to ATOMYMAXSITE 2.5


Based on : Maxsite1.10 Modified to ATOMYMAXSITE 2.5